ระบบกำจัดฝุ่นและควันสะสม 

โรงงานมีฝุ่นและควันสะสม เลือกระบบกำจัดอย่างไรให้ตรงกับปัญหา 

โรงงานที่มีปัญหา ฝุ่นและควันสะสม ไม่ควรเริ่มจากการเลือกเครื่องกำจัดมลพิษจากขนาดหรือกำลังมอเตอร์เพียงอย่างเดียว เพราะฝุ่นจากการตัด เจียร บด ลำเลียง หรือขัดโลหะ มีคุณสมบัติแตกต่างจากควันโลหะ ไอสารเคมี กลิ่น หรือ VOCs จากกระบวนการพ่นสี

การเลือก ระบบกำจัดฝุ่นในโรงงาน จึงต้องเริ่มจากการวิเคราะห์แหล่งกำเนิดมลพิษ ชนิดและขนาดของอนุภาค อัตราการไหลของอากาศ อุณหภูมิ ความชื้น รวมถึงพื้นที่สำหรับติดตั้งระบบจริง

สำหรับโรงงานในกรุงเทพฯ และพื้นที่อุตสาหกรรมโดยรอบที่ต้องการปรับปรุงระบบเดิมหรือวางระบบใหม่ การสำรวจหน้างานก่อนออกแบบเป็นขั้นตอนที่ช่วยให้กำหนดระบบดูดและบำบัดมลพิษได้ตรงกับกระบวนการผลิตมากขึ้น

ฝุ่นและควันในโรงงานเกิดจากอะไร

แหล่งกำเนิดฝุ่นและควันแตกต่างกันตามประเภทอุตสาหกรรม เช่น การตัด เจียร ขัด บด และลำเลียงวัสดุ มักทำให้เกิดฝุ่นแห้ง ส่วนงานเชื่อม งานหลอม หรือกระบวนการที่ใช้ความร้อนอาจเกิดควันและ Fume ซึ่งมีอนุภาคขนาดเล็กกว่า

บางโรงงานมีทั้งฝุ่นและไอสารเคมีเกิดขึ้นพร้อมกัน เช่น กระบวนการชุบโลหะ พ่นสี หรือใช้สารเคมี จึงไม่สามารถใช้ระบบกรองฝุ่นเพียงชนิดเดียวได้ จำเป็นต้องแยกประเภทมลพิษและพิจารณาระบบบำบัดที่เหมาะสม

สิ่งที่ต้องพิจารณาอีกส่วนคือ ตำแหน่งที่มลพิษเกิดขึ้น หากปล่อยให้ฝุ่นกระจายทั่วพื้นที่แล้วค่อยใช้เครื่องฟอกอากาศ อาจควบคุมได้ยากกว่าการติดตั้ง Hood หรือจุดดูดจับใกล้แหล่งกำเนิดตั้งแต่ต้น

ตัวอย่างระบบกำจัดฝุ่นและการใช้งานกับฝุ่นควันสะสม

1. Dust Collector ระบบดักจับฝุ่นอุตสาหกรรม

Dust Collector เป็นระบบที่ใช้สำหรับดูดและแยกฝุ่นออกจากกระแสอากาศ เหมาะกับโรงงานที่มีฝุ่นเกิดจากกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง เช่น งานไม้ งานตัด เจียร บด ผลิตวัสดุก่อสร้าง หรือการลำเลียงวัตถุดิบ

หัวใจของระบบไม่ได้อยู่ที่ตัวเครื่องเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึง Hood ท่อดูด พัดลม และการคำนวณ Airflow ให้สัมพันธ์กับจุดกำเนิดฝุ่น หากออกแบบท่อไม่เหมาะสม อาจเกิด Pressure Loss สูง ทำให้แรงดูดที่ปลายท่อลดลงและฝุ่นยังคงฟุ้งกระจาย

2. Bag Filter หรือ Baghouse

Bag Filter ใช้ถุงกรองเป็นตัวดักจับอนุภาคฝุ่น เหมาะกับงานที่มีฝุ่นแห้งในปริมาณมากและต้องการระบบกรองต่อเนื่อง

ฝุ่นจะถูกแยกออกจากอากาศที่ไหลผ่านถุงกรอง และสะสมบนผิววัสดุกรอง จากนั้นระบบทำความสะอาดถุง เช่น Pulse Jet จะช่วยลดฝุ่นที่เกาะอยู่เพื่อให้สามารถใช้งานต่อได้

การเลือกชนิดผ้ากรองต้องพิจารณาอุณหภูมิ ความชื้น ลักษณะทางเคมีของฝุ่น และขนาดอนุภาค ไม่ควรเลือกจากพื้นที่กรองหรือขนาดเครื่องเพียงอย่างเดียว

3. Cyclone Separator

Cyclone ใช้หลักแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางในการแยกฝุ่นออกจากอากาศ เหมาะกับฝุ่นที่มีอนุภาคค่อนข้างใหญ่หรือใช้เป็นระบบ Pre-collector ก่อนส่งอากาศเข้าสู่ตัวกรองละเอียด

ตัวอย่างเช่น โรงงานที่มีเศษวัสดุหรือฝุ่นหยาบจำนวนมาก สามารถใช้ Cyclone ช่วยลดภาระของ Bag Filter ได้ ทำให้ฝุ่นส่วนใหญ่ถูกแยกออกก่อนเข้าสู่ขั้นตอนกรองละเอียด

สำหรับโรงงานที่มีพื้นที่จำกัดหรือมีระบบเดิมอยู่แล้ว การปรับปรุงระบบท่อและเพิ่มอุปกรณ์ดักแยกอาจเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ต้องประเมินร่วมกับกระบวนการผลิตจริง

4. Fume Scrubber และ Wet Scrubber

หากปัญหาไม่ได้มีเพียงฝุ่นแห้ง แต่มีควัน ไอกรด ไอด่าง หรือสารปนเปื้อนที่เหมาะกับการบำบัดด้วยของเหลว ระบบ Scrubber อาจเหมาะสมกว่าเครื่องกรองแบบแห้ง

Wet Scrubber ใช้ของเหลวสัมผัสกับกระแสอากาศเพื่อดักจับหรือดูดซับมลพิษ โดยรูปแบบของระบบจะขึ้นอยู่กับชนิดสารปนเปื้อน เช่น การออกแบบระบบให้เหมาะกับ Acid Gas หรือกลิ่นจากกระบวนการผลิต

ระบบลักษณะนี้จึงต้องพิจารณาทั้งชนิดสารเคมี อัตราการไหลของอากาศ การเลือกสารละลาย ค่า pH และการจัดการน้ำหรือของเสียหลังบำบัด

5. ระบบดูดควันและไอระเหยจากจุดกำเนิด

ในกรณีที่ควันเกิดเฉพาะจุด เช่น งานเชื่อม งานหลอม งานพ่นสี หรือกระบวนการใช้สารเคมี การออกแบบ Local Exhaust Ventilation หรือระบบดูดอากาศเฉพาะจุดมีความสำคัญมาก

หลักการคือควบคุมมลพิษตั้งแต่ต้นทาง ไม่ปล่อยให้ควันกระจายเข้าสู่พื้นที่ทำงานก่อน จึงต้องพิจารณารูปทรง Hood ตำแหน่งติดตั้ง ระยะห่างจากแหล่งกำเนิด และความเร็วลมที่เหมาะสม

ข้อมูลของผู้ให้บริการด้านระบบควบคุมมลพิษระบุถึงการออกแบบระบบท่อ Hood สำหรับดูดควัน กลิ่น ไอกรด ไอด่าง และไอระเหยของสารเคมี รวมถึงระบบ Dust Collector, Vertical Cyclonic Separator และ Fume Scrubber ตามลักษณะมลพิษของโรงงาน

เลือกระบบกำจัดอย่างไรให้ตรงกับปัญหา

การเลือก ระบบกำจัดฝุ่นและควันในโรงงาน ควรพิจารณาข้อมูลอย่างน้อย 6 ด้าน

1. ชนิดของมลพิษ ต้องแยกก่อนว่าเป็นฝุ่นแห้ง ฝุ่นละเอียด ควันโลหะ ละอองน้ำมัน ไอกรด ไอด่าง กลิ่น หรือ VOCs เพราะมลพิษแต่ละชนิดใช้กลไกการบำบัดต่างกัน

2. ขนาดอนุภาค ฝุ่นหยาบกับฝุ่นละเอียดมีพฤติกรรมในระบบแตกต่างกัน โดยเฉพาะเมื่อต้องกำหนด Filter Media และประสิทธิภาพการดักจับ

3. ปริมาณอากาศที่ต้องดูด ต้องคำนวณ Airflow ของแต่ละจุดดูด รวมถึง Static Pressure และ Pressure Drop ของระบบท่อและอุปกรณ์กรอง เพื่อให้พัดลมสามารถสร้างปริมาณลมตามที่ออกแบบไว้

4. อุณหภูมิและความชื้น ข้อมูลนี้มีผลโดยตรงต่อการเลือกวัสดุกรอง หากอากาศร้อนหรือมีความชื้นสูง ต้องเลือก Filter Media และวัสดุของอุปกรณ์ให้เหมาะสม

5. ลักษณะพื้นที่ติดตั้ง ต้องตรวจสอบพื้นที่วางเครื่อง ความสูงอาคาร แนวท่อ โครงสร้างเดิม จุดซ่อมบำรุง และตำแหน่งปล่อยอากาศ เพราะข้อจำกัดหน้างานมีผลต่อรูปแบบระบบ

6. ข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม ระบบต้องพิจารณาค่ามลพิษที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตและข้อกำหนดที่ใช้กับโรงงานนั้น ๆ เพื่อกำหนดระดับการบำบัดและรูปแบบการตรวจวัดที่เหมาะสม

ออกแบบระบบจากปัญหาจริง ไม่ใช่เลือกเครื่องจากขนาดโรงงาน

การแก้ปัญหาฝุ่นและควันในโรงงานให้ได้ผล จำเป็นต้องมองทั้งระบบ ตั้งแต่จุดกำเนิด Hood ท่อดูด พัดลม อุปกรณ์กรอง ไปจนถึงปล่องระบายอากาศ หากส่วนใดส่วนหนึ่งไม่สัมพันธ์กัน ประสิทธิภาพโดยรวมก็อาจลดลง

สำหรับโรงงานที่กำลังแก้ปัญหาฝุ่นหรือควันสะสม การประเมินหน้างานก่อนออกแบบจึงมีความสำคัญ เพราะแต่ละกระบวนการมีอัตราการเกิดมลพิษและข้อจำกัดทางวิศวกรรมแตกต่างกัน สามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับ การออกแบบ ระบบกำจัดมลพิษ ฝุ่น กลิ่น ควัน เพื่อพิจารณาแนวทางที่เหมาะกับลักษณะงาน

บริษัท คอนโทรล แอ็ดวานซ์ จำกัด ให้บริการด้านระบบควบคุมมลพิษทางอากาศ ทั้งการออกแบบ ผลิต และติดตั้งระบบสำหรับฝุ่น ควัน กลิ่น และไอระเหย โดยแนวทางการทำงานครอบคลุมตั้งแต่การสำรวจพื้นที่ วิเคราะห์ลักษณะมลพิษ ไปจนถึงการออกแบบระบบให้เหมาะกับกระบวนการผลิต

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับระบบกำจัดฝุ่นในโรงงาน

Q โรงงานมีฝุ่นสะสมควรใช้ระบบอะไร

A ต้องตรวจสอบชนิดและขนาดของฝุ่นก่อน โดย Dust Collector, Bag Filter, Cartridge Filter และ Cyclone เป็นระบบที่ใช้กับฝุ่นอุตสาหกรรม แต่รูปแบบที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับกระบวนการผลิตและปริมาณอากาศที่ต้องดูด

Q ฝุ่นละเอียดกับฝุ่นหยาบใช้ระบบเดียวกันได้หรือไม่

A ไม่จำเป็นต้องใช้ระบบเดียวกัน เพราะขนาดและคุณสมบัติของอนุภาคมีผลต่อวิธีแยกและวัสดุกรอง บางโรงงานจึงใช้ Cyclone เป็นการดักฝุ่นหยาบก่อนส่งต่อไปยัง Filter สำหรับฝุ่นละเอียด

Q ควันจากงานเชื่อมหรือหลอมโลหะควรใช้ระบบอะไร

A ควรเริ่มจากการดูดควันที่แหล่งกำเนิดด้วย Local Exhaust Ventilation และเลือกอุปกรณ์กรองตามชนิดและขนาดของอนุภาค เช่น ระบบกรองควันหรือ Dust Collector ที่ออกแบบสำหรับกระบวนการนั้น

Q Wet Scrubber เหมาะกับโรงงานประเภทใด

A Wet Scrubber เหมาะกับมลพิษที่สามารถดักจับหรือดูดซับด้วยของเหลว เช่น ก๊าซหรือไอสารเคมีบางชนิด รวมถึงฝุ่นและละอองบางประเภท โดยต้องเลือกชนิด Scrubber ตามคุณสมบัติของมลพิษ

Q ก่อนติดตั้งระบบกำจัดฝุ่นต้องเตรียมข้อมูลอะไร

A ควรเตรียมข้อมูลกระบวนการผลิต จุดกำเนิดมลพิษ จำนวนจุดดูด อัตราการไหลของอากาศ อุณหภูมิ ความชื้น ชนิดฝุ่นหรือสารปนเปื้อน ผังพื้นที่ และข้อจำกัดในการติดตั้ง เพื่อใช้ในการออกแบบระบบทางวิศวกรรม

Q ระบบกำจัดฝุ่นสามารถติดตั้งเพิ่มกับโรงงานเดิมได้หรือไม่

A สามารถทำได้ในหลายกรณี แต่ต้องสำรวจระบบเดิม พื้นที่ติดตั้ง โครงสร้าง แนวท่อ ระบบไฟฟ้า และกำลังของพัดลมก่อน เพื่อประเมินว่าควรปรับปรุงระบบเดิมหรือติดตั้งระบบใหม่บางส่วน